• แจ้งปรับราคาสินค้า | Price Adjustment Effective from 1 July 2026 > คลิก
  • แจ้งวันหยุดทำการเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2569 | Notice holiday in July and August 2026 > คลิก

สกรู โบลท์

เราจัดการสกรูเกือบทุกประเภทที่อยู่ในตลาดรวมถึงสกรูหัวหกเหลี่ยมของซ็อกเก็ตหัว (สลักเกลียว), น็อตหกเหลี่ยม, สกรูหัวไขว้ขนาดเล็ก, สกรูนิ้วและสกรูเรซิ่น
นอกจากนี้เรายังจำหน่าย สกรู อื่นนอกเหนือจากที่ใช้กับเครื่องจักร อุตสาหกรรม เช่น สกรู แตะและ สกรู ดอกสว่าน
พวกเขาส่วนใหญ่จะมีอยู่ในกล่องเล็ก ๆ และแพ็ค แต่เราขายหลายรายการเป็นรายบุคคล สำหรับลูกค้าที่ไวต่อราคาแนะนำให้ การจัดซื้อ กล่องเล็ก ๆ
หน้าสัมผัส เราหากคุณไม่สามารถหาขนาดที่ต้องการ
[วัสดุ]
เหล็ก (เหล็กกล้า SCM), สเตนเลส (SUS304, SUS410, SUS316L), ไททาเนียม, ทองเหลือง, ธาตุหายาก, เซรามิก, เรซิ่น (PEEK, PPS, Reny, PTFE, PC, PP, พีวีซี) ฯลฯ
[การประมวลผล พื้นผิว]
ไม่มี, การเคลือบสีดำออกไซด์, การเคลือบเฟอร์รอสโซเฟอริกออกไซด์, การชุบนิกเกิลด้วยไฟฟ้า, โครเมทไตรวาเลนต์, ไตรวาเลนท์แบล็ก, ไตรวาเลนท์ไวท์, การชุบโครเมท, การชุบโครมาท
[ขนาดเกลียว]
กระทู้เมตริก (หยาบ, ละเอียด, สกรูเต็ม, ด้ายครึ่ง, ด้ายซ้าย) M0.5 - ด้าย M64 นิ้ว, ด้ายรวม, ด้าย Whitworth ฯลฯ
[ความยาว] 0.2 ถึง 1,000 มม

สกรูและโบลท์ เป็นชิ้นส่วนยึดจับพื้นฐานที่ใช้ในเครื่องจักร โครงสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า แม่พิมพ์ งานประกอบชิ้นส่วน และระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม แม้จะเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก แต่การเลือกสกรูหรือโบลท์ให้เหมาะสมมีผลต่อความแข็งแรง ความปลอดภัย อายุการใช้งาน และความสะดวกในการถอดประกอบหรือบำรุงรักษา สกรูแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น สกรูหัวจมสำหรับงานที่ต้องการผิวเรียบ สกรูหัวหกเหลี่ยมและโบลท์สำหรับงานรับแรงสูง สกรูหัวแฉกหรือหัวแบนสำหรับงานประกอบทั่วไป สกรูปลายสว่านสำหรับเจาะยึดในขั้นตอนเดียว สกรูเซ็ตสำหรับล็อกเพลา และสกรูวัสดุพิเศษสำหรับสภาพแวดล้อมที่ต้องทนสนิม น้ำหนักเบา ฉนวนไฟฟ้า หรือทนสารเคมี การเลือกสกรูจึงควรพิจารณาวัสดุ ขนาดเกลียว ความยาว รูปแบบหัว ระดับความแข็งแรง ผิวชุบ ความต้านทานการกัดกร่อน แรงขัน และสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงร่วมกัน เพื่อให้จุดยึดมีความมั่นคง ลดความเสี่ยงจากการคลายตัวหรือแตกหัก และช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกสกรูและโบลท์

  • ประเภทการใช้งาน: แยกงานยึดชิ้นส่วนทั่วไป งานรับแรงสูง งานล็อกตำแหน่ง งานประกอบเครื่องจักร งานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และงานที่ต้องถอดประกอบบ่อย เพื่อเลือกชนิดสกรูให้ตรงกับหน้าที่จริง
  • ขนาดเกลียวและความยาว: ตรวจสอบเส้นผ่านศูนย์กลาง ระยะพิทช์ ความยาวใต้หัว และความลึกของรูเกลียวให้สัมพันธ์กับความหนาชิ้นงานและแรงยึดที่ต้องการ
  • รูปแบบหัวสกรู: เลือกหัวจม หัวหกเหลี่ยม หัวกระดุม หัวแบน หัวแฉก หรือหัวเตเปอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ติดตั้ง เครื่องมือขัน และความต้องการด้านผิวงาน
  • วัสดุ: เหล็กเหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการความแข็งแรง สเตนเลสเหมาะกับงานที่ต้องทนสนิม อะลูมิเนียมหรือไทเทเนียมเหมาะกับงานลดน้ำหนัก ส่วนเรซินหรือเซรามิกเหมาะกับงานที่ต้องการฉนวนหรือคุณสมบัติพิเศษ
  • ผิวชุบและการป้องกันสนิม: พิจารณาการชุบซิงค์ นิกเกิล โครเมต ออกไซด์ดำ หรือสารเคลือบกันคลายตามสภาพแวดล้อม เช่น ความชื้น น้ำมัน สารเคมี หรือการใช้งานกลางแจ้ง
  • ระดับความแข็งแรง: งานที่รับแรงดึง แรงเฉือน หรือแรงสั่นสะเทือนสูงควรเลือกเกรดความแข็งแรงให้เหมาะสม รวมถึงตรวจสอบค่าทอร์กขันเพื่อป้องกันการรูดเกลียวหรือสกรูขาด
  • การป้องกันการคลายตัว: สำหรับเครื่องจักรที่สั่นสะเทือนหรือมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ควรพิจารณาแหวนรอง น็อตล็อก กาวล็อกเกลียว หรือสกรูที่มีสารเคลือบกันคลาย

ประเภทสกรูและโบลท์ที่ใช้บ่อยในงานอุตสาหกรรม

สกรูและโบลท์มีหลายรูปแบบตามหน้าที่การใช้งาน โดยต่างกันทั้งรูปแบบหัว วิธีขัน ปลายสกรู วัสดุ และมาตรฐานเกลียว การเลือกให้ถูกประเภทช่วยให้แรงยึดจับเหมาะสม ลดความเสียหายของชิ้นงาน และทำให้การประกอบหรือซ่อมบำรุงทำได้ง่ายขึ้น

สกรูหัวจมและสกรูหัวหกเหลี่ยม

สกรูหัวจมเหมาะกับงานเครื่องจักร แม่พิมพ์ จิ๊ก ฟิกซ์เจอร์ และชิ้นส่วนที่ต้องการให้หัวสกรูจมอยู่ในผิวงานหรือไม่ยื่นออกมารบกวนการเคลื่อนที่ ส่วนสกรูหัวหกเหลี่ยมและโบลท์เหมาะกับงานที่ต้องการแรงขันสูง งานโครงสร้าง หรืองานประกอบที่ต้องใช้เครื่องมือขันจากภายนอกได้สะดวก

  • งานพื้นที่จำกัด: สกรูหัวจมช่วยลดการยื่นของหัวสกรู เหมาะกับชิ้นส่วนที่ต้องการผิวเรียบหรือมีพื้นที่เคลื่อนที่ใกล้กัน
  • งานรับแรงสูง: โบลท์และสกรูหัวหกเหลี่ยมช่วยให้ขันด้วยแรงบิดสูงได้ง่าย เหมาะกับงานยึดโครง เครื่องจักร หรือฐานอุปกรณ์
  • งานที่ต้องถอดซ่อม: เลือกรูปแบบหัวที่เครื่องมือเข้าถึงง่าย เพื่อลดเวลาถอดประกอบและลดความเสียหายของหัวสกรู

สกรูหัวแฉก หัวแบน และสกรูปลายสว่าน

สกรูหัวแฉกและหัวแบนมักใช้ในงานประกอบทั่วไป งานยึดฝาครอบ อุปกรณ์ไฟฟ้า แผ่นโลหะ หรือชิ้นส่วนที่ต้องการความสะดวกในการขัน ส่วนสกรูปลายสว่านช่วยเจาะและยึดได้ในขั้นตอนเดียว เหมาะกับงานแผ่นโลหะหรืองานติดตั้งที่ต้องการลดเวลาเตรียมรูนำ แต่ควรเลือกความยาวและชนิดปลายให้เหมาะกับความหนาของวัสดุ

สกรูเซ็ตและสกรูล็อกตำแหน่ง

สกรูเซ็ตใช้สำหรับล็อกเพลา พูลเลย์ คัปปลิ้ง เฟือง หรือชิ้นส่วนที่ต้องยึดกับแกนโดยไม่ต้องใช้หัวสกรูยื่นออกมา ปลายสกรูมีหลายแบบ เช่น ปลายแหลม ปลายถ้วย ปลายแบน หรือปลายไนลอน ซึ่งควรเลือกตามวัสดุของชิ้นงานและระดับการยึดที่ต้องการ เพื่อป้องกันรอยกดหรือการลื่นหลุดระหว่างใช้งาน

สกรูวัสดุพิเศษ

สกรูสเตนเลสเหมาะกับงานที่มีความชื้นหรือมีความเสี่ยงต่อสนิม สกรูไทเทเนียมและอะลูมิเนียมเหมาะกับงานที่ต้องการลดน้ำหนักหรือทนต่อสภาพแวดล้อมเฉพาะ สกรูเรซินและเซรามิกเหมาะกับงานที่ต้องการฉนวนไฟฟ้า ไม่เป็นแม่เหล็ก หรือทนสารเคมีบางประเภท การเลือกวัสดุควรพิจารณาทั้งแรงที่รับได้ สภาพแวดล้อม และข้อจำกัดของชิ้นงานร่วมกัน

การติดตั้งและบำรุงรักษาสกรูและโบลท์ให้ใช้งานได้ยาวนาน

การติดตั้งสกรูอย่างถูกต้องช่วยให้จุดยึดมั่นคง ลดการคลายตัว ลดความเสียหายของเกลียว และช่วยให้การซ่อมบำรุงในอนาคตทำได้ง่ายขึ้น ควรตรวจสอบความสะอาดของรูเกลียว ความตรงของแนวขัน การเลือกเครื่องมือให้พอดีกับหัวสกรู และการขันด้วยแรงบิดที่เหมาะสมตามชนิดวัสดุและขนาดเกลียว

ข้อควรระวังระหว่างติดตั้ง

ควรหลีกเลี่ยงการขันเอียง การขันเกินทอร์กที่แนะนำ การใช้เครื่องมือไม่พอดีกับหัวสกรู และการใช้สกรูที่มีวัสดุหรือผิวชุบไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อม เพราะอาจทำให้หัวรูด เกลียวเสีย สกรูขาด หรือเกิดสนิมก่อนเวลา หากเป็นงานที่มีแรงสั่นสะเทือน ควรเพิ่มมาตรการป้องกันการคลายตัว เช่น แหวนสปริง น็อตล็อก กาวล็อกเกลียว หรือเลือกสกรูเคลือบสารกันคลาย

สำหรับงานที่ต้องถอดประกอบบ่อย ควรเลือกสกรูที่มีหัวขันแข็งแรงและเครื่องมือเข้าถึงง่าย รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้สกรูที่ยาวเกินไปจนชนชิ้นส่วนด้านหลัง หรือสั้นเกินไปจนจำนวนเกลียวที่ยึดไม่เพียงพอ การเลือกความยาวที่เหมาะสมช่วยให้แรงยึดกระจายได้ดีและลดความเสี่ยงจากรูเกลียวเสียหาย

การตรวจสอบหลังใช้งาน

ควรตรวจสอบสภาพหัวสกรู รอยสนิม รอยแตกร้าว การคลายตัว และสภาพเกลียวเป็นระยะ โดยเฉพาะเครื่องจักรที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงหรือมีการรับโหลดสลับ หากพบสกรูคลายบ่อย หัวสกรูเสียหาย หรือจุดยึดมีเสียงผิดปกติ ควรตรวจสอบทั้งสกรู น็อต แหวนรอง รูเกลียว และแรงขัน เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงขันซ้ำเฉพาะจุดเดิม

การบันทึกชนิดสกรู ขนาด วัสดุ ผิวชุบ และตำแหน่งใช้งานจะช่วยให้การเปลี่ยนอะไหล่ทำได้รวดเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงจากการใช้สกรูผิดสเปก และช่วยให้ทีมซ่อมบำรุงจัดเตรียมอะไหล่สำรองได้เหมาะสมกับเครื่องจักรแต่ละชุด

MISUMI ช่วยเลือกซื้อสกรูและโบลท์ได้อย่างไร

Quality

MISUMI ช่วยให้ผู้ใช้งานเปรียบเทียบสกรูและโบลท์จากคุณสมบัติสำคัญ เช่น ชนิดหัวสกรู ขนาดเกลียว ความยาว วัสดุ ผิวชุบ ระดับความแข็งแรง มาตรฐาน และคุณสมบัติพิเศษ ทำให้วิศวกรเลือกชิ้นส่วนให้ตรงกับเงื่อนไขของหน้างาน ลดความเสี่ยงจากการเลือกสกรูผิดประเภท และช่วยรักษาความมั่นคงของจุดยึดในเครื่องจักร

สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำหรือความปลอดภัยสูง เช่น แม่พิมพ์ จิ๊ก ฟิกซ์เจอร์ โครงเครื่องจักร หรืออุปกรณ์เคลื่อนไหว การเลือกสกรูที่ตรงสเปกตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาการคลายตัว แตกหัก เกลียวเสีย หรือความเสียหายต่อชิ้นงานระหว่างการผลิต

Cost

การเลือกสกรูให้เหมาะสมช่วยลดต้นทุนแฝงจากการซ่อมซ้ำ เครื่องจักรหยุด การเปลี่ยนชิ้นส่วนก่อนเวลา หรือการสั่งซื้อสกรูหลายแบบเกินความจำเป็น ผู้ใช้งานสามารถพิจารณาคุณสมบัติที่จำเป็นจริงต่อการใช้งาน เพื่อเลือกสินค้าให้สมดุลระหว่างราคา อายุการใช้งาน และความปลอดภัย

นอกจากนี้ การจัดซื้อจากแหล่งเดียวที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายช่วยให้ทีมจัดซื้อควบคุมรายการอะไหล่ได้ง่ายขึ้น ลดเวลาค้นหาสินค้าใกล้เคียง และลดความผิดพลาดจากการใช้สกรูที่ขนาดเท่ากันแต่เกรด วัสดุ หรือผิวชุบไม่เหมาะกับงาน

Time

การค้นหาสกรูตามเงื่อนไขทางเทคนิคช่วยให้วิศวกรและฝ่ายจัดซื้อคัดเลือกสินค้าได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตามชนิดหัว ขนาดเกลียว ความยาว วัสดุ ผิวชุบ หรือมาตรฐานที่ต้องการ ช่วยลดรอบการตรวจสอบสเปกซ้ำและทำให้งานประกอบหรือซ่อมบำรุงเดินหน้าได้ตามแผน

เมื่อต้องเปลี่ยนสกรูระหว่างงานซ่อมบำรุง การมีข้อมูลสินค้าและเงื่อนไขให้เปรียบเทียบชัดเจนช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น ลดเวลาหยุดเครื่อง และช่วยให้ทีมหน้างานกลับมาดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

เพิ่มเติม
ปิด
ดูล่าสุด
ผลิตภัณฑ์ที่ดูล่าสุด
ชิ้นส่วนของฉัน
ชิ้นส่วนของฉัน
0
รถเข็น
รถเข็น
Economy Series
MRO Product

แชทกับมิซูมิ

ท่านสามารถใช้บริการแชทเพื่อติดต่อสอบถามกับมิซูมิ

เวลาให้บริการ

9:00 - 18:00 (จันทร์-เสาร์)

ท่านสามารถทิ้งข้อความไว้ได้ในช่วงนอกเวลาให้บริการ
ทางเราจะติดต่อกลับในช่วงเวลาและวันทำการถัดไป
(ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดทำการ)

แจ้งการใช้งาน

การให้บริการแชทนี้สำหรับลูกค้าองค์กรและให้บริการเป็นภาษาไทย

ไม่สามารถให้บริการขอราคาและสั่งซื้อทางแชท

เริ่มแชท